ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 จนถึงวันนี้ 77 กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่การเมืองไทย ก็ยังคงที ไม่ได้ก้าวเดินไปได้ถึงไหน ยังคงเดินหน้า ถอยหลัง เดินหน้า ถอยหลัง จะมีก็แต่ สิ่งที่คอยเตือนใจว่า ประเทศไทย มีอนุสรณ์ ที่เตือนใจ นั่นคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็เท่านั่น ไม่ผิดหรอกค่ะ สำครับคำว่าอนุสรณ์ เพราะมันเป็นเพียงแค่สิ่งๆเดียวที่คอยจะรั้งเตือนสติว่า ประเทศไทยของฉัน ยังคงเป็น ประชาธิปไตยอยู่ 

    ตั้งแต่เล็ก เริ่มอ่านออก เขียนได้ โรงเรียน จะสอนให้เรา ท่อง ปาว ๆ ว่า ประเทศไทย ปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ เมื่อเริ่มเรียนรู้ โลกภายนอก ก็ต้องรู้ว่า ตกลงประชาธิปไตย คืออะไรกันแน่ เกิดความงุนงง สงสัย ต่างๆนานา อำนาจ ที่พระมหากษัตริย์ ได้หยิบหยืนให้กับประชาชน บัดนี้ มันได้กลายเป็นแค่ เครื่องมือ หรืออำนาจ ที่เมือใครซักคนได้ไปครอบครอง ก็ปกครองตามความชอบใจ ใช้ช่องโหว่ของกฏหมายเอื่อประโยชน์ส่วนตน เมินเฉยประโยชน์ส่วนรวม กฏหมายตรงไหน ข้อไหน มันยังโหว่ไม่พอ เอื่อประโยชน์ไม่พอ ก็จัดการแก้มันซะ รับผลประโยชน์จากใคร ก็หนุนหลังคนนั้น อำนาจที่พระมหากษัตริย์ได้หยิบหยืนให้กับประชนชน และประชาชน ก็ ส่งต่ออำนาจให้ ใครซักคนที่จะเข้าช่วยเหลือ และทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้า ประเทศเดินหน้า เศรษฐกิจเดินหน้า สุดท้าย ก็มีแต่ โกย กับ โกย มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แก้ยาก พูดยากด้วย

    หน้าสงสารประชาชนตาดำๆ เกษตรกร มีแต่หนี้ ภาษีทุกคนเสีย ภาษีทุกบาท มันคือส่วนรวมคือประเทศชาติ คนเราเกิดมาอยู่ใต้กฏหมาย หนังสือเรียนปลูกฝัง ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย แต่สังคม ทำให้เราเห็นว่า มีใครบางคน อยู่เหนือกฏหมาย ประเทศไทย ระบบมันเป็นแบบนี้ ลูกใคร หลานเค้า เส้นใหญ่ เบียดกันไป ช่วยเหลือกันไป ได้ดิบได้ดีกันทั้งคณะ  คนรวย รวยไม่รู้จบสิ้น คนจน ก็แทบจะ ขุดแผ่นดินกินกันเลย  เมื่อสังคมเป็นแบบนี้ เราจะอยู่ได้อย่างไร ในวิชาสังคม สิทธิมนุษยชน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ในทางสังคม มันยังมีความเหลื่อมล้ำกัน อย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ ขอเพียงแค่มาด้วยใจ ด้วยอุดมการณ์อย่างแท้จริง ขอเป็นกำลังใจ

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้าย
สิ่งที่หน้ากลัวกว่า ผี  คือ

นักการเมืองที่กินแผ่นดิน น้ำพักน้ำแรงประชาชน และ นักการเมืองที่หน้าด้านนั่งยิ้มอยู่ในสภา

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet