posted on 05 Aug 2009 15:35 by joyzyzero
ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 จนถึงวันนี้ 77 กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่การเมืองไทย ก็ยังคงที ไม่ได้ก้าวเดินไปได้ถึงไหน ยังคงเดินหน้า ถอยหลัง เดินหน้า ถอยหลัง จะมีก็แต่ สิ่งที่คอยเตือนใจว่า ประเทศไทย มีอนุสรณ์ ที่เตือนใจ นั่นคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็เท่านั่น ไม่ผิดหรอกค่ะ สำครับคำว่าอนุสรณ์ เพราะมันเป็นเพียงแค่สิ่งๆเดียวที่คอยจะรั้งเตือนสติว่า ประเทศไทยของฉัน ยังคงเป็น ประชาธิปไตยอยู่
ตั้งแต่เล็ก เริ่มอ่านออก เขียนได้ โรงเรียน จะสอนให้เรา ท่อง ปาว ๆ ว่า ประเทศไทย ปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ เมื่อเริ่มเรียนรู้ โลกภายนอก ก็ต้องรู้ว่า ตกลงประชาธิปไตย คืออะไรกันแน่ เกิดความงุนงง สงสัย ต่างๆนานา อำนาจ ที่พระมหากษัตริย์ ได้หยิบหยืนให้กับประชาชน บัดนี้ มันได้กลายเป็นแค่ เครื่องมือ หรืออำนาจ ที่เมือใครซักคนได้ไปครอบครอง ก็ปกครองตามความชอบใจ ใช้ช่องโหว่ของกฏหมายเอื่อประโยชน์ส่วนตน เมินเฉยประโยชน์ส่วนรวม กฏหมายตรงไหน ข้อไหน มันยังโหว่ไม่พอ เอื่อประโยชน์ไม่พอ ก็จัดการแก้มันซะ รับผลประโยชน์จากใคร ก็หนุนหลังคนนั้น อำนาจที่พระมหากษัตริย์ได้หยิบหยืนให้กับประชนชน และประชาชน ก็ ส่งต่ออำนาจให้ ใครซักคนที่จะเข้าช่วยเหลือ และทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้า ประเทศเดินหน้า เศรษฐกิจเดินหน้า สุดท้าย ก็มีแต่ โกย กับ โกย มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แก้ยาก พูดยากด้วย
หน้าสงสารประชาชนตาดำๆ เกษตรกร มีแต่หนี้ ภาษีทุกคนเสีย ภาษีทุกบาท มันคือส่วนรวมคือประเทศชาติ คนเราเกิดมาอยู่ใต้กฏหมาย หนังสือเรียนปลูกฝัง ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย แต่สังคม ทำให้เราเห็นว่า มีใครบางคน อยู่เหนือกฏหมาย ประเทศไทย ระบบมันเป็นแบบนี้ ลูกใคร หลานเค้า เส้นใหญ่ เบียดกันไป ช่วยเหลือกันไป ได้ดิบได้ดีกันทั้งคณะ คนรวย รวยไม่รู้จบสิ้น คนจน ก็แทบจะ ขุดแผ่นดินกินกันเลย เมื่อสังคมเป็นแบบนี้ เราจะอยู่ได้อย่างไร ในวิชาสังคม สิทธิมนุษยชน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ในทางสังคม มันยังมีความเหลื่อมล้ำกัน อย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ ขอเพียงแค่มาด้วยใจ ด้วยอุดมการณ์อย่างแท้จริง ขอเป็นกำลังใจ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สุดท้าย
สิ่งที่หน้ากลัวกว่า ผี คือ
นักการเมืองที่กินแผ่นดิน น้ำพักน้ำแรงประชาชน และ นักการเมืองที่หน้าด้านนั่งยิ้มอยู่ในสภา
posted on 15 May 2009 13:13 by joyzyzero
ความรักคล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา
วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา
ความรักเหมือนรถเมล์
สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ
บ้างทีมาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว
รถเมล์เที่ยวสุดท้าย .แน่นก็ต้องขึ้น
ถ้าเรารักใครสักคน
เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลายๆ ครั้ง
เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
posted on 15 May 2009 13:06 by joyzyzero

รับความรู้สึกใครๆมาก็นาน
หลาย ต่อ หลาย ปี
หลาย ต่อ หลาย ตรีน
ถูกทารุณกรรม
ถูกส่งไปขายในที่ต่างแดน
ต้องจากบ้านเกิด
มาขายร่างกายในต่างประเทศ
แลกร่างกายกับการมีชีวิตอยู่
เปลี่ยนเจ้าของมาหลายก็ ตรีน
วันนี้ขอเวลาบ้างได้มั้ย
ร้อยวันพันปี ผมไม่เคยได้ปริปาก
วันนี้ขอเถอะเพียงได้ บอก
ขอให้ได้ระบายบ้าง
หลังจาที่รองรับอะไรต่อมิอะไรมามากมาย
หลังจากที่ถูกส่งขายมาเป็น ตรีนที่ 3
อยากจะถามเจ้านายว่า
เคยมั้ย คิดจะพาเราไปอาบน้ำ
มีบ้างมั้ย คนที่ไม่ซกมก มาซื้อตัวเราไป
ตอนนี้........เบื่อ เด็กติส เอาไปยังเก่าไม่พอใช่มั้ย
พยายามเหลือเกินจะทำอะไรกับฉันนัก
ตอนนี้เชื้อราขึ้นตัวฉัน ฉันทรมานเหลือเกิน
ที่สำคัญ เจ้านายผมตรีนเหม็นมาก
ตอนนี้มันกลิ่นติดตัวฉันไปหมดแล้ว
เมื่อก่อนจากที่คนมองว่า ฉันเท่ ฉันติส
ตอนนี้ คนเค้ามองฉันเพราะ กลิ่นมันออกมาทรมานคนอื่นหมด
ใส่ถุงเท้าเหอะ คู่ล่ะ 10 บาท จตุจัตรนะ ถูกๆ
สุดท้าย ขอบคุณบลอคคุณ JoyZy มากนะ ที่เป็นสื่อกลาง
ให้ร้องเท้าเน่าๆ อย่างผม ได้พูดอะไร ต่อมีอะไรบ้าง
ขอบคุณมากๆ
posted on 07 Nov 2008 10:41 by joyzyzero
เคยมั้ย
คนเราเห็นนก แล้วก็อยากจะเป็นแบบมัน
เราอยากบินได้เหมือนมัน อยากอิสระ และไม่ต้องอยู่ในกรอบของสังคมแบบมัน
เรามองมัน และอยากได้ในสิ่งที่มันมี
แล้วเรารู้บางมั้ย ว่านกมันเศร้าเพียงใด เวลานกมันเศร้า เราเพียงไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
เหมือนกัน ตอนเรามองคน เราก็มองแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่เราไม่มี สิ่งที่เราชื่นชม
ถ้าเรารู้เรื่องไม่ดีของเค้า เราจะยังชื่นชมอยู่มั้ย
ถ้าเรารู้ เรื่องที่เค้าเองก็ไม่เป็นเรื่องเป็นราว
ความเป็นมนุษย์ ไม่มีความดีที่สุด ดีทุกด้าน ไม่มีความเฟอร์เฟ็ค
มีข้อเสียกันทุกคน
พร่ำมาถึงตรงนี้ ไม่รู้ว่าจะพูดทำไมเหมือนกัน
เหนื่อยมากเลยค่ะ วิ่งมาตลอด วิ่งตามอะไรก็ไม่รู้
แต่ จะมีความสุขกับมันให้ได้ค่ะ
อยากเข้ามาพร่ำค่ะ ไม่ได้มานานแล้ว ที่นี่อบอุ่นเหมือนเดิมค่ะ
exteen น่ะ
posted on 06 Dec 2007 23:02 by joyzyzero
คงเหมือนกับคนที่ เอาหนังสือทำมือไปสอดไว้ที่ใต้ประตู
คนที่แอบเอา็ช็อคโกแลตไปวางไว้ใต้โต๊ะโดยไม่บอกเค้าในวันวาเลนไทม์
มันคือการทำเรื่องเล็กๆ ให้รู้สึกยิ่งใหญ่ขึ้นมา
อะไรที่ทำให้รู้สึกยิ้มได้ และ happy
แค่ข้อความ
ส่งผ่านปลายปากกา
สื่อความหมาย ของข้อความนั้น
ทำเพื่ออะไร
เหตุผลของการมีอยู่
จริงหรอ ขอให้เจอ
มันกำลังได้พอเจอ
เหตุผลของการมีอยู่...........
ถ้าฉันได้ทำมันลงไป
ความสุข ส่งกันได้
ตอนนี้มันกำลังจะเดินทาง
นี่ รู้แลุ้ว จุ๊ ๆ ไว้นะ
ความจริงแล้วโปสการ์ด ต้องการแค่รอยยิ้มจากผู้รับเท่านั่นเอง
posted on 06 Dec 2007 17:37 by joyzyzero
ฉันก็เป็นยังงี้แหละ ชอบทำนู้น ทำนี่
ล่าสุด
ตัดแปะไอนู้นไอนี่ เข้าไป แฝงข้อความหน่อยๆ
อืม มันก็ปรัชญาดีนะ (นี่เป็นเพียงความคิดของฉัน)
เอามาให้ชมกันค่ะ มิตรรัก
ระหว่างที่กำลังสแกน เจ้า ภาพนี้ พ่อถามว่า "ทำไรอ่ะลูก"
เราก็บอก "อ๋องานศิลปะของหนูอ่ะ "
พ่อบอก "มันศิลปะตรงไหนเนี่ย มันไม่เห็นจะสวยเลย"
งั้นโอเค เราไปดูอะไรที่มัน ไม่เป็นศิลปะ กันนะ
VVVVV
VVVVV
VVVVV
posted on 04 Dec 2007 18:53 by joyzyzero
เคยซื้อโปสการ์ดเก็บสะสมไว้มากมาย
แต่ไม่เคยเข้าใจเลย ว่า....
จริงแล้วโปสการ์ดมันมีเหตุผลของการมีอยู่ของมัน
นั่นคือการส่งต่อความรู้สึกที่มี
การส่งข้อความเล็กๆสั้นๆ ให้กับปลายทางได้ยิ้มรับ
จากที่ไม่เคยส่งให้ใคร
ก็จะเริ่มตั้งแต่นี้แหละ
โปสการ์ดที่อยุ่ในกล่องก็จะได้เริ่มเดินทางซะที
การเดินทางเพื่อตามหาร้อยยิ้มจากโปสการ์ดของฉัน
อยากชวนให้มาส่งโปสการ์ดกันนะ
ยังไง เดือนนี้ก็มีวันแห่งการให้ไว้แล้วนี่
ถ้าใครได้ผ่านมา อ่าน Entry นี่ ก็อยากให้ลองส่งความสุขกัน
การให้เป็นความสุขใจจริงๆนะค่ะ
และก็ ถ้าใครอยากได้รับความสุขจากเรา ก็ทิ้งชื่อเล่นและที่อยู่ไว้ได้นะค่ะ
เราจะส่งความสุขไปให้คุณค่ะ